Профиль пользователя JaoMdSponXФотографииБлогСпискиДополнительно Сервис Справка

Jao Mdeo

Профессия

MdSponX

แมวโพงแสนดี
октября 09

เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

ลมฝนปรวนแปร ท้องฟ้าแปรปรวน ความคิดถึงเย้ายวน ให้ใจรวนเร...

     หายไปนาน ไม่ได้เจอหน้าใครเลยนอกจากคนที่ทำงานและคนที่แวะเวียนมาเจอกันบ้างเป็นกิจวัตร นับตั้งแต่การจากไปของพ่อนี่ก็ผ่านมาร่วมเดือน ชีวิตเปลี่ยนไปมากแน่นอนมีความเศร้ายังหลงเหลืออยู่ในบางอารมณ์ที่คิดถึง โดยเฉพาะบางทีที่มองเหม่อกลับไปในอดีตอันเก่าที่ยังเป็นเด็กและพ่อคือคนที่เรารู้สึกอบอุ่นปลอดภัยเสมอเวลาอยู่ด้วยกัน ข้าพเจ้ารู้สึกว่าชีวิตนี้ดีเหลือเกิน ทบทวนไปมาหลายครั้งข้าพเจ้าก็ไม่รู้จะขอบคุณพ่ออย่างไรที่ทำให้รู้สึกว่าชีวิตนี้ไม่เคยขาดอะไรเลย ความรัก ความอบอุ่น ความผูกพัน ประสบการณ์ชีวิตทั้งดีและร้ายที่พ่อให้มาทำให้มีวันนี้ และนี่คือชีวิตที่ดี ที่ข้าพเจ้าบอกได้เต็มปากว่าข้าพเจ้ารักชีวิต และจะรักษาชีวิตที่พ่อให้มาให้ดีที่สุด

ขออนุญาตไปร้องไห้...

     ชีวิตของเราทุกคนในบ้านก็เดินต่อไป แม่ก็ทำธุรกิจของพ่อต่อ แม้บางครั้งนางก็โทรมาบ่นว่าพ่อไม่มาหา มาเยี่ยมบ้างเลย ก็ได้แต่บอกไปว่าดีแล้ว แปลว่าเค้าไปสบาย พี่สาวก็กลับมาทำงานที่ กทม ข้าพเจ้าก็เช่นกัน เราก็ต่างดำเนินชีวิตไปในทางของตน ทุกอย่างอาจจะเหมือนเดิมเพียงแต่มุมมองหลายอย่างในชีวิตก็เปลี่ยนไป ส่วนจะเปลี่ยนไปอย่างไรคงยากจะบรรยายให้เข้าใจภายในพื้นที่เล็ก ๆ นี้และรังจะทำให้เครียดกันไปเปล่า ๆ จึงขอขอบคุณทุกกำลังใจและทุกคำปลอบโยนที่ทุกคนให้มา ณ ที่นี้ด้วย และขอให้ทุกคนเดินต่อไปด้วยกำลังที่เข้มแข็งเช่นกัน

     ช่วงนี้ก็ไม่ได้ไปไหนมาก เก็บเนื้อเก็บตัวไม่ออกงานเพราะเล็งเห็นแล้วว่าปีที่กำลังจะผ่านไป (2009) อันนี้เรายังไม่มีงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย โดยเฉพาะหนังใหญ่ที่หลาย ๆ คนรออยู่และข้าพเจ้าก็อยากจะทำใจจะขาด หากแต่เมื่อความเศร้าโศกผ่านไปกลับมาทบทวนงานอีกครั้งก็พบว่าผลงานที่เขียนเมื่อจิตใจว้าวุ่น ไม่มีสมาธิผ่องใสนั้นเฮงซวยห่วยแตกสิ้นดี กระนั้นแล้วก็รื้อใหม่และร่วมกันทำกับพี่เอกสิทธิ์เหมือนเดิม ขอบคุณพี่เอกที่ไม่ลุกขึ้นต่อยหน้าเมื่อข้าพเจ้าพูดว่า “เรามาเริ่มกันใหม่ดีกว่าพี่” ซึ่งแปลว่าสิ่งที่คิด ๆ เขียนๆ กันมา 4-5 ปี ตั้งแต่เริ่มทำหนัง 13 เกมสยอง ก็ต้องรื้อใหม่หมด และการเขียนสร้างโครงเรื่องใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราก็ทำมันจนสำเร็จ

     หนังเรื่องนี้จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ภาค คือ Heavencore กับ 14 Beyond เหตุที่แบ่งออกเป็นสองภาคคือเนื้อเรื่องเยอะ มีสิ่งที่ต้องอธิบายแยะ (ค่าที่ก่อนหน้านั้นใส่ปมไว้เยอะ สมน้ำหน้าตัวเอง) แต่อย่างไรก็ดีความเข้มข้นสนุกสนามเราใส่เต็มที่ และจะจบจริง ๆ แล้วไม่มีภาคต่ออีกต่อไป ในปี 2009 นี้ก็เป็นการเขียนบทและเตรียมงานหากเป็นไปได้ ภาคแรกคงได้ถ่ายประมาณเดือน ธค และคงจะได้ดูไม่เกินปี 2010 นี้แน่นอนจ้า

     จะว่าไปปี 2010 นี้ก็ครบรอบ 10 ปีของการทำหนังของข้าพเจ้าแล้วนะ หากจะนับตั้งแต่หนังนักศึกษาเรื่องแรกตอนอยู่ปี 2 มาจนถึงปีนี้ เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ ข้าพเจ้าก็ยังทำหนังทุกปี มีความคิดในหัวตลอดว่าเรื่องหน้าเราจะทำอะไร และก็ยังไม่เคยหมดไอเดียที่จะเอามาทำหนัง หรือเลิกทำหนัง ยังคงหวังสูงและหวังไกลไปเรื่อย ๆ และก็จะทำทุกอย่างที่หวังให้ได้จริง ๆ คอยดู

     ส่วนเรื่องงานเพลงของวงน้องสิงห์ ยังคงมีและทำกันต่อไปแน่นอน ช่วงนี้มีงานเดียวก็คือไปเล่นคอนเสิร์ตที่เมืองจีน เล่นวันที่ 7 พย แต่ก็มีงานติดต่อเข้ามาบ้าง ซึ่งก็เป็นงานในวันที่ 7 พยเหมือนกัน ติดต่อมาด้วยกันถึง 2 งานซ้อน ๆ โชคชะตาเล่นตลกกับวงนี้เสมอ เวลาที่ไมมีใครจ้างก็ไม่มีเลยเป็นเวลา 2-3 เดือน และเมื่อจะจ้างก็เข้ามาในวันเดียวกัน 60-90 วันที่ผ่านมาทำไมพี่ๆ เจ้าภาพไม่คิดถึงวงนี้กันเร้ยยย คิดเสียว่าปีนี้คงเป็นปีชง ไม่เป็นไร ตอนนี้น้อง ๆ ก็แต่งเพลงกันเอง ตอนนีิ้มีประมาณ 5 เพลงที่คิดว่าโอเคแล้ว เหลืออีกส่วนหนึ่งก็ทำกันต่อไป ได้ฟังปีหน้าแน่ ๆ หวังว่าคงไม่ใช่ปีชง  

     ก่อนจะปีหน้าปีนี้อยากจะมีเอ็มวีและ EP มาให้ดูและฟังเล่นแก้เหงา ตอนนี้ขอเคลียร์หลาย ๆงานก่อน น้อง ๆ พึ่งสอบเสร็จ ส่วนแมวโพงก็กำลังเก็บตัวเขียนงานของตัวเอง งานของน้องสิงห์ยังมีอีกหลายงานแต่ข้าพเจ้าคงมีส่วนร่วมกับน้องน้อยลง เพราะอย่างเรื่องเพลงก็วางทิศทางให้แล้วก็ให้ทำเอง อะไรเองมากขึ้น เรื่องหนังก็เจอ ผกก คนอื่นบ้างก็ดีจะได้เรียนรู้การทำงานที่หลากหลาย และที่สำคัญ ข้าพเจ้าจะได้ไปทำงานอื่น ๆ บ้างได้แร้วววว

     ส่วนเรื่องซิทคอมที่เป็นข่าวนั้น จริงฮะ กำลังทำอยู่แต่ไม่ได้ถึงขนาดแฉวงการเรียลลิตี้อะไรขนาดนั้น แค่มีอะไรยั่วล้อเล่น ๆ ขำ ๆ เอาฮา ตอนนี้ก็รอผู้ใหญ่ของช่องสรุปพระเอกนางเอกก่อน ทำทีวีมีอะไรปวดกบาลกว่าทำหนังเยอะเลย แต่คงเป็นวิถีปกติของคนทำทีวีกระมังเลยเลยมีคนปลอบใจว่า “ก็งี้แหละ” บ่อย ๆการหันมาทำทีวีนั้น เกิดจากความสนุก อยากรู้อยากลอง ได้เห็นวงการอื่น ๆ ว่าเขาทำงานกันยังไงบ้าง จากที่เคยดูแล้วบอกว่า “ทีวีแม่งไร้สาระว่ะ” และก็เคยคิดเหมือนหลาย ๆ คนที่ว่าทำไมทีวีไม่ทำละครแบบนั้น ซีรี่ย์แบบนี้ออกมาบ้าง คราวนี้เข้าไปด้วยตัวเองเพื่อให้รู้ว่าทำไม และจะเอามาเล่าสู่กันฟังในอนาคต แต่ถ้าละครออนแล้วก็ช่วยกันดูเยอะ ๆ ด้วยน้า อย่างหนึ่งที่รู้มาคือวงการทีวีโหดร้ายมาก เรตติ้งคือทุกอย่างจริง ๆ

     ชีวิตในด้านอื่น ๆ ก็โอเค ไม่มีอะไร อยู่บ้านเขียนบทก็อยู่กับน้องเงินเงิน แมวซน แต่ก็น่ารักดีไม่เหงาจนเกินไป บางวันเขียนงานคนเดียวได้คุยแต่เอ็ม ไม่ได้คุยกับคนจริงๆ สักคำก็มี ก็ได้แมวเนี่ยแหละให้เราคุยด้วย ชอบเหมือนกันเพราะมันไม่เถียงหรือพูดอะไรยอกย้อนแทงใจดำ

     มีช่วงก่อนไปทำงานที่ออฟฟิศ ห้องทำงานไม่มีหน้าต่าง แอร์ก็เย็นมาก ทำได้ 3 วันไข้ขึ้นตอนนีก็ยังไข้ขึ้นอยู่แต่ก็ดีขึ้นแล้ว แต่คิดว่าน่าจะมาจากปัจจัยหลายอย่างเกี่ยวกับดินฟ้าอากาศทำให้ข้าพเจ้าป่วยไข้ ไม่ใช่แค่ห้องแอร์ที่บาแรมยู จึงอยากจะให้ทุกคนดูแลรักษาสุขภาพให้ดีในช่วงนี้ เพราะเป็นช่วงอากาศเปลี่ยน ใครที่บ้านอยู่ใกล้แม่น้ำก็ระวังอุทกภัยน่้ำท่วม ใครอยู่แถวดอนเมืองก็ระวังมีจระเข้ในท่อระบายน้ำ ใครที่บ้านอยู่ใกล้ทะเลก็ระวังแมวโพงจะไปเยี่ยมหา ช่วงนี้อยากไปรีแลกซ์อยู่

รอติดตามผลงานกันต่อไปเน่อ คิดถึงทุกคน

แมวโพง อ้วนพี ดีงาม

августа 01

โรคภัยไข้เจ็บ

สัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่เชียงใหม่มาตลอด

แต่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่โรงพยาบาลสวนดอกเพราะพ่อป่วยหนักมากมาย จริง ๆ ก็สลับกับพี่สาวมา ๆ ไป ๆ แต่มีช่วงนึงที่หมอบอกว่าไม่น่าจะไหวเพราะแกหยุดหายใจไปพักนึงและปั๊มขึ้นมาใหม่ได้ ข้าพเจ้าคิดว่าไม่ควรพลาดนาทีระทึกใจเหล่านั้นจึงหอบงานมาและประจำอยู่ที่นี่พักใหญ่ จริงๆ พ่อป่วยมาหลายปีแล้วตั้งแต่เป็นตับเจ๊งและก็อะไรมากมาย จากนั้นหมอก็พบมะเร็งที่กล่องเสียงจึงได้ทำการผ่ากล่องเสียงออกไปและแกกูพูดอะไม่ได้อีกเลย แม่พยายามจะให้แกฝึกพูดแต่แกก็ไม่ยอมดังนั้นก็ปล่อยเลยตามเลย ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่หรืออาจจะคิดว่าพูดมาตลอดชีวิตแล้ว อยู่เงียบ ๆ คนเดียวอาจจะได้คิดอะไรมากขึ้น

แต่จากนั้นไม่นานนักหมอก็แจ้งข่าวร้ายว่ามะเร็งได้ลามไปทั่วทั้งร่างกายแล้วไปยังทางเดินอาหาร ปอด และตับ และกระดูก (ดูในฟิล์มเอกซเรย์ เห็นว่ากินจนซี่โครงหัก) แต่พ่อก็ยังนอนอยู่ในโรงพยาบาลแม้ว่าจะดูอ่อนเพลีย ขึ้น ๆ ลง ๆ แต่ก็มีสติสัมปชัญญะครบถ้วน และร่ำร้องจะกลับบ้านตลอดเวลา ห้องที่พ่ออยู่เป็นหอผู้ป่วยอายุรกรรมชายหรือเป็นห้องรวม อาการแบบนี้อยู่ห้องพิเศษไม่ได้เพราะแกหายใจไม่ได้เองต้องมีเครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา ไอ้เครื่องนี้ต้องมีแพทย์ควบคุมในการปรับปริมาณให้เหมาะสมอยู่ตลอดเวลา ขนาดว่ามีเครื่องนี่ยังเคยมีคืนนึงที่แกหลับไปและหัวใจก็หยุดเต้นไปเอง คณะแพทย์และพยาบาลก็ปั๊มขึ้นมาจนได้ โชคดีว่าตอนนั้นพยาบาลเดินมาวัดความดัน หาไม่แล้วแกคงสวัสดีลาโลกไปหาบรรพบุรุษอย่างสวัสดิภาพไปแล้ว

 

การได้มาอยู่ในหอผู้ป่วยได้เห็นอะไรหลาย ๆ อย่าง พี่สาวที่มาอยู่ก่อนหน้านั้นเม้าให้ฟังมาบ้างแล้วว่าแต่ละเตียงเป็นยังไง ข้างเตียงพ่อเป็นชายแก่ที่นอนนิ่งไม่ไหวติงสวมเครื่องช่วยหายใจเช่นกัน มีลูกหลานมาเยี่ยมเป็นบางโอกาส จับความว่าเป็นเสี่ยเจ้าของกิจการขายอุปกรณ์ก่อสร้างที่ลำพูน ตอนนี้เส้นเลือดในสมองแตกพร้อมด้วยโรคชราทำให้ตอนนี้นอนอยู่ในสภาวะกึ่งนิทรา คนรู้จักมาเห็นก็ตกใจไม่คิดว่าจะอยู่ในสภาพนี้

อีกฝั่งหนึ่ง เป็นชายอายุประมาณห้าสิบต้น ๆ เส้นเลือดในสมองแตกเช่นกัน (ทำไมพึงเปนกันเยอะวะ) เปนอัมพาตไป ที่ขยับได้ก็มีแค่หัวกับปาก ฉะนั้นที่ทำได้แกก็ส่งเสียงร้องโวยวาย หรือคร่ำครวญเมื่อเจ็บปวด และร้องเรียกหาลูกสาวที่ชื่ออ๋อย ตลอดเวลา อ๋อยเป็นสาววัยสามสิบทำงานที่นิคมอุตสาหกรรมลำพูนนางไปทำงานที่นิคมในตอนกลางวันและมาดูแลพ่อในตอนเย็น อ๋อยและครอบครัวเป็นคนลำปาง พ่อถูกส่งตัวมาที่สวนดอกเพราะทางนั้นดูแลไม่ไหว ทางสวนดอกบอกว่าไม่เป็นไรแล้วแค่ต้องดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำ และระวังอย่าให้นอนจนเปนแผลกดทับ ส่วนจะให้ลุกขึ้นมาเดินเหินได้ดังเดิมคงไม่มีหวัง หากนางมีเงินอาจจะพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์ช่วยได้มากกว่านี้แต่มันไม่ใช่ อ๋อยมาปรับทุกข์กับพี่สาวบอกว่าไม่รู้พ่อจะเปนอย่างนี้อีกนานเท่าไหร่ พี่สาวบอก ไม่เปนไรหรอกบางคนยังอยู่ได้เปนสิบ ๆ ปีเลย อ๋อยตกใจ "ตายแล้ววว ละอ๋อยจะทำไงเนี่ย อ๋อยยังไม่มีผัวเลยยย" อ๋อยแรงงง

พี่สาวเล่าให้ฟังอีกว่ามีเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งหน้าตาดีเปนนักกีฬาบาสมาจากโรงเรียนปรินซ์ เขามีสุขภาพแข็งแรงดีทุกอย่าง วันหนึ่งก็ล้มลงหัวใจหยุดเต้น กว่าจะพามาโรงพยาบาลปั๊มได้ก็หยุดไปสองนาทีเมื่อเขาฟื้นขึ้นมาก็จำอะไรไม่ได้เลย จำได้ลาง ๆ พี่สาวเรียกเขาว่า "บี้ เดอะสตาร์" ตามละครพระจันทร์สีรุ้งที่กำลังออกอากาศ บี้ ความจำฟั่นเฟือน แต่ก็เรียกเสียงฮาได้จากเพื่อน ๆ เวลามาเยี่ยมและพูดจาไม่รู้เรื่อง แต่นาน ๆ ไปเพื่อนก็หายไปทีละน้อยตามประสาวัยรุ่นที่เห็นว่ามีสิ่งอื่นที่น่าสนุกกว่าการไปเยี่ยมเพื่อนที่ รพ บี้จึงนั่งเหงาอยู่หลายเวลา บางทีเขาก็มีการ์ตูนเปนเพื่อน บางทีก็เดินหายไปไหนก็ไม่รู้ พี่สาวบอกว่าเธอควรจะมาเพราะบางโอกาสบี้ก็ลืมคาดเชือกกางเกงผู้ป่วย เวลาลุกขึ้นยืนกางเกงก็ร่วงลงมากองที่ตาตุ่มเผยเห็นแก้มก้นอันนวลเนียน ข้าพเจ้าบอกว่าไม่ อยากเห็นด้านหน้ามากกว่า

บี้อยู่ รพ นานมากจนพี่สาวไปสืบทราบมาว่าเขาเปนโรคหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน แม่ของเขากลัวว่าถ้าออกไปข้างนอกไม่รู้จะล้มอีกเมื่อไหร่ ฉะนั้นขอฝากไว้ที่ รพจนกว่าจะได้ชิปกระตุ้นหัวใจ ที่เวลามันล้มไปแล้วชิปนี้จะกระตุ้นหัวใจให้ทำงานต่อไปได้อีกหนึ่งชั่วโมงก่อนจะนำมาส่ง รพ วันที่ข้าพเจ้าไปถึง บี้ถูกส่งเข้าผ่าตัดพอดีวันนั้นแม่ของเขาหน้าตากังวล แต่อีกไม่กี่วันต่อมาบี้ก็ออกจาก CCU และพักฟื้นอีกไม่นาน ครั้งสุดท้ายที่ข้าพเจ้าเห็นแม่ของบี้ดูเธอมีความสุขขึ้นมาก

อีกรายหนึ่งเห็นว่าเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ ดูน่ารักคงจะอายุประมาณสามขวบ นอนซมอยู่พี่สาวกับข้าพเจ้าชวนกันเข้าไปเล่นกับน้อง ปรากฏว่าเข้าไปอ่านป้ายระบุว่าน้องคนนี้อายุสิบห้าปี แต่ด้วยความผิดปกติทางฮอร์โมนทำให้เจริญเติบโตแปลก ๆ ทีนี้ร่างกายเจริญไม่สมส่วนกันกระดูกโตไปทางเส้นเอ็นไปทาง อวัยวะภายในไปอีกทาง ทำให้น้องเขามีสภาพน่าเวทนาคือตัวเล็กและร่างกายบูด ๆเบี้ยว ๆ น้องเค้ามีแววตาสดใสแบบเด็ก ๆ และชอบอ่านการ์ตูน ดังนั้นจะเรียกน้องเขาว่า "น้องการ์ตูน" น้องการ์ตูนร้องไห้เสียงดังเพราะเจ็บหลัง แม่น้องบอกว่าเป็นอะไรไม่รู้ก่อนหน้านี่ยังนั่งได้ (แต่เดินไม่ได้) แต่ตอนนี้นั่งไม่ได้เสียแล้วเพราะจะเจ็บมาก และนี่ก็รอหมอมาสามวันแล้วหมอจะให้ผ่าหรือไม่ผ่ายังไงก็ไม่บอกเสียที

นางมาจากอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย อุ้มลูกขึ้นรถสองแถวมาหวังว่าหมอที่สวนดอกจะให้คำตอบได้ดีกว่าที่เธอมา ข้าพเจ้าคะเนน้ำหนักของน้องเขาแล้วไม่น่าจะต่ำกว่า สิบห้ากิโล แต่แม่น้องการ์ตูนอุ้มมา อุ้มขึ้นรถสองแถวมาในเมืองเชียงราย แล้วนั่งรถโดยสารจากขนส่งเชียงรายมาเชียงใหม่ จากนั้นก็อุ้มน้องนั่งสี่ล้อแดงมายัง รพ สวนดอก จากนั้นก็นั่งรอการตรวจเปนวัน ๆ กว่าจะได้มานอนบนหอผู้ป่วยนี้ ความเปนอยู่บนหอผู้ป่วยเขาไม่ได้ให้ญาตินอนเฝ้า แม่น้องการ์ตูนจึงต้องเอาเก้าอี้หรือบันไดขึ้นเตียงผู้ป่วยมานั่งและซบกับเตียงน้องการ์ตูนหลับไปทุกวัน เคยถามอ๋อยว่าเธอนอนที่นี่ได้อย่างไร อ๋อยบอกว่าแอบนอนใต้เตียงผู้ป่วยด้านนอก ข้าพเจ้าทึ่งในความสามารถของนาง ช่างไม่กลัวว่าจะมีมือที่สามห้อยลงมาจากเตียงด้านบนที่ไม่มีคนอยู่หรือ อยากจะถามนางไปอย่างนั้นแต่เกรงว่านางจะด่าเอา

มีคนแก่อีกเปนจำนวนมากที่วนเวียนเข้าออกในห้องนั้น แม่บอกว่าเห็นคนตายไปต่อหน้าต่อตาสองคนแล้วช่วงนี้เขาเลยเครียด ๆ แต่ที่ไม่เครียดน่าสนุกก็มี คนแก่บางคนตะโกนโวยวายออกมาอย่างควบคุมไม่ได้หรือพูดอะไรก็ไม่รู้ ผู้ป่วยเปนโรคทางสมองบางคนเพ้อพก จีบผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าเมียตัวเองก็มี หรือคนป่วยที่ควบคุมการพูดไม่ได้มาเจอกับญาติที่หูตึง ต่างฝ่ายต่างพูดกันคนละเรื่องคนนึงพูดเรื่องตัวเองแก่แล้วเจ็ดสิบแล้วควรตายได้แล้ว อีกคนพูดเรื่องร้านก๋วยเตี๋ยวที่หลานสาวไปทำใหม่ (ไม่ได้เสือกไปฟังนะ แต่เขาพูดกันเสียงดังจริง ๆ)

 

หลากหลายชีวิตหอผู้ป่วย มีทั้งทุกข์ยากลำบาก หรือมีทั้งรอยยิ้ม สิ่งที่ข้าพเจ้ามองเห็นที่ซ่อนอยู่ในความเจ็บป่วย นั่นคือความรัก ความห่วงหาอาทร ในยามเจ็บไข้ มองเห็นคนในครอบครัวดูแลกัน ไม่ยอมห่างไปไหนมันก็ตื้นตันใจ มองเห็นแม่ที่นอนซบอยู่กับเตียงลูกได้ทุกคืนโดยไม่มีบ่น เห็นอ๋อยที่มุดใต้เตียงผู้ป่วยที่ไม่รู้จะมีคนตายบนนั้นมาแล้วกี่คนโดยไม่กลัวผี และเห็นอีกหลายชีวิตที่นั่งรอคอยอย่างมีความหวังว่าคนที่เขารักจะกลับมาแข็งแรงดีดังเดิม หนึ่งในคนที่สร้างความสะเทือนใจที่สุดคือพี่ผู้ชายคนหนึ่งเปนมะเร็งสมอง เขาจะงง ๆ เบลอ ๆ ตั้งแต่ป่วยมาแฟนมาเยี่ยมได้สองสามครั้ง แต่คนที่มาดูแลทุกวันคือแม่ บางทีเขาหลับอยู่แม่แก่ ๆ ของเขามีเหตุต้องไปข้างนอก นางเดินมาขอความเมตตาให้ข้าพเจ้าช่วยดูแลพี่คนนั้นให้หน่อยถ้าเขาตื่นมาบอกว่าแม่ไปอาบน้ำแป๊บเดียว เดี๋ยวจะกลับ ความรักที่นางมีต่อลูกทำให้นางถึงกับยกมือไหว้ขอร้องข้าพเจ้าได้

 

วันสองวันก่อน พ่อมีอาการดีขึ้น สามารถให้อาหารที่ช่องท้องได้ แต่เรี่ยวแรงยังไม่มี หายใจเองก็ยังไม่ได้ ขยับตัวเองก็ลำบาก แต่ก็ถือว่าดีขึ้นเยอะ ข้าพเจ้าจึงขอปลีกตัวบินกลับมหานครเพื่อทำการทำงานอีกครั้ง น่าแปลกว่าการอยู่เชียงใหม่ครั้งนี้แม้ว่าจะหอบงานไปนั่งทำที่ใต้อาคารเรียนรวมคณะแพทย์ทุกวัน ทำได้วันละไม่กี่ชั่วโมง แต่ได้งานเยอะดีแฮะ อาจเปนเพราะปลงชีวิตและคิดอะไรที่ไม่จำเปนน้อยลง เลยมีสมาธิมากขึ้น ก็นับว่าเปนเรื่องดี

 

บางทีไม่มีอะไรทำเปิดอ่านเว็บต่างๆ นานาไป เปิดพันทิปมีแต่เรื่องนาธาน ตลกดีเหมือนกัน สิ่งที่ได้เรียนรู้อีกอย่างจากการจับโกหกได้ในวงการบันเทิง ไม่ว่าจะเปนเรื่องนาธานหรือน้องผู้หญิงอีกคนก่อนหน้านี้ มันสะท้อนให้เห็นล่ะว่าชื่อเสียงเกียรติยศ มันกินไม่ได้แต่ก็มีคนอยากไขว่คว้ามันเสมอ ยิ่งในวงการบันเทิง สิ่งเหล่านี้เหมือนเปนเครดิตที่จะต่อยอดให้สร้างผลประโยชน์จากมันยิ่งๆ ขึ้นไป สิ่งเหล่านั้นต้องการเวลาและความอดทนในการสร้างและบางทีมันก็ไม่ได้มาในชั่วข้ามคืน หลายครั้งที่มันต้องผ่านการทดสอบหลายด่านกว่าจะได้มาซึ่งความสำเร็จ บางคนขี้เกียจแต่อยากมีก็เลยเสกสรรปั้นแต่งเรื่องราวขึ้นมาเองโดยไม่นึกว่าโลกสมัยนี้อะไร ๆ มันก็ตรวจสอบกันง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส พอเรื่องแดง วิมานในอากาศก็ทลายลงมาทับตัวเองให้บอบช้ำไป

ในมุมกลับกันเรื่องดาราโกหกตอแหลมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรที่ต้องตามจองล้างจองผลาญกันขนาดนั้น ผู้เสียหายก็ออกมาทวงผลประโยชน์ที่เสียไปแล้ว และทุกอย่างก็คงจะดำเนินไปตามกฏหมาย ครั้นจะให้เขาออกมาขอโทษลองถามตัวเองดูว่าก่อนหน้านี้เราเดือดร้อนหรือเปล่าถ้าไม่ได้ไปรู้ว่าเขาโกหก สิ่งที่เราเดือดร้อนอยู่ เราก็เลือกได้นะที่จะไม่ไปเดือดร้อนกับมันก็ได้ ในโลกนี้มีตั้งหลายเรื่องที่ยังคลุมเครือเหมือนจะรู้ ๆ ว่าความจริงเปนอะไรแต่ก็ไม่มีใครกล้าแสดงการกระทำ ง่าย ๆ ก็เรื่องใครยิงคุณสนธิ ลงหน้าหนึ่งทุกวัน นายกฯบอกว่าเหมือนจะใช่แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้

การวางเฉยบางทีก็เปนเรื่องดี เพราะคนปิดบังความจริงใช่ว่าจะมีความสุข เขาต้องหาเรื่องโกหกแก้ตัวไปเรื่อย ๆ นาน ๆ ก็เป็นทุกข์เพราะเรื่องโกหกมันก็พัวพันตัวเอง ก็เหมือนกับเปนโรคร้ายที่ลุกลามไปเรื่อย ๆ การรักษาคือการออกมายอมรับในสิ่งที่ตัวเองทำ หากเขาไม่ทำก็เหมือนเขาไม่รักษา แล้ววันหนึ่งความเจ็บป่วยนั้นอาจจะทำให้เขายอมรักษาหรือไม่ก็ตายตกไปตามกัน แต่สิ่งที่ต่างกันก็ระหว่างโรคปิดบังความจริงกับโรคภัยไข้เจ็บ คือโรคภัยไข้เจ็บยังมีหมอรักษาได้ แต่โรคปิดบังความจริง ต้องรักษาด้วยตัวเอง

ส่วนคนที่ไม่เปนโรคอะไร ก็อย่าไปป่วยใจด้วยโรคที่ใจเราอยากป่วยเอง

ขอให้ทุกคนแฮปปี้ในเดือน สิงหา พาเพลิน

แมวโพง เตรียมตัวทำงานใหญ่ แร้วววว

 

июня 26

ผู้เสพติดกาม รีเทิร์น ตอน แมวเทา และเมียของเขา

ในคืนที่ฝนตกข้าพเจ้าละเลียดอาหารที่อยู่ตรงหน้าอย่างเหงาหงอย

แม่ค้าหมูปิ้งบนบาทวิถีกำลังฝันถึงอนาคตของลูกชายวัยรุ่นที่กำลังจะเข้าเรียนในสายอาชีพปีนี้ แต่เมื่อสักครู่มันพึ่งพาแฟนสาวซิ่งมอเตอร์ไซค์ผ่านไป นางจึงกลับสู่ความเปนจริงเมื่อเสียงและลมที่ตีมาจากมอเตอร์ไซค์พัดเอาความฝันแตกกระจายไปกับควันหมูปิ้งที่ลอยกรุ่นนั้น

ยามหนุ่มกำลังฝันเห็นตัวเองในเครื่องแบบตำรวจยศจ่าสิบตรี เมื่อเขาเก็บเงินสมัครสอบเข้าโรงเรียนนายสิบได้ในปีหน้า แต่ค่าแรงวันนี้อาจจะถูกหักเมื่อเขาหลับตาและฝันถึงมันจริง ๆ

แม่บ้านที่กำลังถูพื้นในสุขาชายของห้างหรู ฝันถึงชีวิตเรียบง่ายในบ้านเล็ก ๆ ของตัวเองที่บ้านนอก เธอมีลูกที่รอที่จะยิ้มและสวมกอดเมื่อเธอกลับไป แต่ ณ ขณะนี้เธอเหมือนเปนอากาศธาตุอยู่ในสุขาที่มีผู้ชายทำธุระส่วนตัว (ขี้ - เยี่ยว) อยู่รอบข้าง

ความฝันเปนเรื่องโรแมนติคและดูเปนชนชั้นกลางมาก ๆ แต่จริงแล้วไม่ว่าชนชั้นฐานันดรใด ย่อมมีความฝัน เพราะมันหล่อเลี้ยงชีวิต บางคนฝันไปไกล บางคนฝันลม ๆ แล้ง ๆ เราไม่ควรดูแคลนฝันของคนอื่น เพราะหลายครั้งเราพบว่าคนเหล่านั้นอาจจะมองเห็นโอกาสที่เรามองไม่เห็น เพียงแต่เขายังไม่สามารถทำให้มันเปนจริงได้ในเวลานี้เท่านั้นเอง

ข้าพเจ้าเคยเห็นความฝันของน้องแมวเทา เคยเจิดจรัสเรืองรอง ตอนเด็ก ๆ เขาเคยบอกว่าความฝันอันสูงสุดของเขาคือการได้ไปเตะบอลในสนามศุภชลาศัย จำได้เท่านี้แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาบรรลุฝันนั้นไปหรือยัง นั่นไม่สำคัญเท่ากับการได้พบเขาอีกครั้งในวัย ยี่สิบต้น ๆ ในสภาพที่เมาพอสมควร อยู่ในศูนย์อาหารฟู้ดแลนด์ใกล้บ้าน

ความบังเอิญทำให้เราได้พบกันหลังจากที่ไม่ได้พบกันหลายปี ความกำยำแบบหนุ่มนักกีฬายังปรากฏเค้าของมันให้เห็นอยู่บ้างหากแต่ใบหน้าที่กร้านแววตาอมทุกข์กลิ้งอยู่ในแดงฉ่ำของฤทธิ์แอลกอฮอล์เจือจาง ไม่มีใครรู้ว่าทำไมเขาถึงมานั่งตรงนี้คนเดียว คนเรากินเหล้าควรมีเพื่อน การเมาคนเดียวคงมีอะไรไม่ปกติอยู่ในความหมาย...เขาหนีปัญหาหรือ...เขาปลีกวิเวกหรือ...เขาไม่วางใจใครสักคนในโลกให้ฟังความระทมของเขา จึงลงโทษตัวเองให้ความเหงาเฆี่ยนตีอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย

แมวเทาบอกประวัติการศึกษาของเขาว่าเรียนจบมัธยมปลายโรงเรียนเดียวกับข้าพเจ้าแล้วก็เดินทางมาแสวงหาปริญญาบัตร ที่คณะนิติศาสตร์รามคำแหง จนแล้วจนรอดมหาวิทยาลัยเปิดคงจะเปิดประตูกว้างไปจนเขารู้สึกว่าจะอยู่ข้างในหรืออยู่ข้างนอกรั้ววิทยาเขตคงไม่มีอะไรต่างกัน นานไปก็รู้ว่ามันคงหมดเวลาสำหรับการศึกษาของเขาแล้วจึงทำงานเปนลูกจ้างในร้านตัดสติกเกอร์แถวห้างใหญ่ย่านลาดพร้าว 93 ชีวิตของเขาไม่ได้วนไปไกลจากอาณาเขตของข้าพเจ้าเลยหากแต่เราไม่เคยเจอกัน แต่ตอนนี้เขากำลังอยากจะหางานใหม่เพราะว่าแฟนของเขาประจำเดือนขาดมา 2 เดืิอนแล้ว

ข้าพเจ้าไม่รู้จะแนะนำอย่างไรก็เลยแสดงความยินดีไปตามมารยาท ทั้งที่รู้ว่าสิ่งที่เขาอยากจะได้ยินคือมีงานใหม่ที่เงินเดือนเยอะกว่ามาแนะนำ

"ผมพาเมียไปทำแท้งมาสองทีแล้ว" เขากล่าวเรียบ ๆ ในความเยือกเย็นของแอร์ข้าพเจ้าไม่ได้ยินเสียงใด

"ทำไม...ถึงไม่ป้องกัน" ป้องกันแล้ว ผมให้เมียกินยาคุมฉุกเฉินทุกครั้ง

ข้าพเจ้าใจหายยิ่งกว่าเดิมเมื่อใดยินคำนี้ เพราะรู้ถึงอานุภาพที่ร้ายกาจของยาคุมฉุกเฉินที่เขาเอาไว้กินเมื่อสตรีถูกข่มขืน หรือกรณีฉุกเฉินอื่น ๆ เท่านั้น

"แล้วทำไมเราถึงไม่ใส่ถุงให้เขาป้องกันแต่ฝ่ายเดียวได้ยังไง" แมวเทาเงียบไปเมื่อข้าพเจ้าเสียงเขียว

"ผมฝังมุก ใส่ถุงแล้วมันชอบแตก อีกอย่างเมียผมก็ชอบด้วย..." ข้าพเจ้าสำลักน้ำดื่มตรามิเนเร่ออกมาทั้งปากและจมูกยังไม่ทันหายใจดี แมวเทาก็นำเสนออีก

"พี่จะดูไหม" ว่าแล้วแมวหนุ่มก็เปิดของมันออกมาจากกางเกงบอลอย่างรวดเร็ว

"เฮ้ย...ไอ้เหี้ย...บ้าฤเปล่า ...เออ ฝังแล้วมันแปลก ๆ จิงด้วยว่ะ เฮ้ยเก็บ ๆ " ข้าพเจ้าห้ามแต่ก็อยากดู และในที่สุดก็ได้ดูและก็สั่งให้เก็บก่อนที่คนอื่นจะมาร่วมกันดู

อวัยวะเพศของแมวหนุ่มดูไม่ต่างจากคนปกติเท่าไหร่ แต่มีก้อนเนื้อกลม ๆ อยู่ตรงกลางลำ เขาบอกว่ามันคือแก้วกลม ๆ ที่อยู่ปากขวดเหล้าฝรั่ง กรีดเนื้อบาง ๆแล้วก็เอาใส่ลงไป เย็บปิดแล้วรอให้แผลสมานกันดี มีความเชื่อว่าจะเพิ่มความหฤหรรษ์ในเพศรสแก่อิสตรี แต่ข้าพเจ้าคิดว่ามีโอกาศที่ไอ้แก้วกลม ๆ นั่นจะทำให้เกิดบาดแผลมากกว่า

"แฟนตกขาว ด้วยฤเปล่า"

"ใช่เลยพี่ มีสีขาว ๆ แล้วมีกลิ่นเวลาเอากัน"

"ล้างน้ำออกฤไม่ ถ้าล้างไม่ออกมีสิทธิ์เปนเชื้อรานะ"

"..."เขาเงียบไป ควักโทรศัพท์ออกมาหมายจะโทรไปถามแต่ข้าพเจ้าบอกว่าไม่มีประโยชน์ที่จะขอคำปรึกษาจากข้าพเข้าเพราะไม่ใช่แพทย์ จึงแนะนำให้เขาพาแฟนไปหาหมอ

การทำแท้งตอนสามเดือนคือการเอาอะไรไปขูดตัวอ่อนที่ติดกับผนังมดลูกออก ทำครั้งเดียวก็สะบักสะบอมแล้วทำมาสองครั้งจะยับเยินขนาดไหน แล้วยังกินยาคุมฉุกเฉินเกือบทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ตอนนี้สภาพร่างกายเธอคงแย่เต็มแก่แล้วล่ะ

"ทำไมเราถึงไม่ป้องกันที่เราก่อน" ข้าพเจ้ากลับมาถามคำถามเดิม ดูเขาไม่ค่อยพอใจนักเมื่อรู้ว่าความผิดพลาดนั้นตัวเขาก็มีส่วนที่จะหลักเลี่ยงได้แต่เขากลับไม่ทำ

"มันไม่สนุก" แมวเทาตอบสั้น ๆ แต่ในแววตาเขาครุ่นคิดอะไรหลายอย่าง บทสนทนาขาดไปนานแสนนานก่อนที่เขาจะขอตัวกลับบ้านไปหาเมีย

ข้าพเจ้ามองเห็นเขาเดินไปยังถนนเพื่อที่จะกลับบ้านด้วยวิธีใดก็ไม่ทราบได้ ฝนหยุดตกแล้วถ้าบ้านเขาอยู่ใกล้เขาคงเดินไปถึงได้โดยไม่ลำบากแต่เมียของเขาคงจะรอนานหน่อย และก็ไม่รู้อีกว่าคืนนี้เขาจะได้สนุกกับเมียเขาหรือเปล่าก็ไม่รู้

คำตอบง่าย ๆ ของความสนุกข้าพเจ้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง เปนคำตอบที่เรียบง่ายและสะเทือนอารมณ์ที่สุด เราทุกคนที่เปนมนุษย์รู้ว่ากามเปนเรื่องสนุก กามเปนความสุขยิ่งกว่าสิ่งใด ยิ่งกว่าเงินทอง ยิ่งกว่ายศถาบรรดาศักดิ์ ยิ่งกว่ารสพระธรรม (ขอน้อมรับคำด่าที่จะตามมาหลังจากประโยคเมื่อสักครู่นี้) เราต้องยอมรับมันจริง ๆ ว่ามันทั้งหอมหวาน อร่อย มันชักนำให้เกิดสิ่งต่าง ๆ มาบนโลกนี้มากมาย และที่น่ากลัวคือมันเปนอาหารที่กินแล้วไม่รู้จักอิ่ม ความน่ากลัวอันนี้แหละที่ทำให้ทุกศาสนาจึงกันมันออกจากวิถีทางแห่งธรรม

ความสุขในกามนำมาผลลัพท์มากมาย ไม่ว่าจะเปนมารหัวขน โรคติดต่อ โศกนาฏกรรม แต่เราก็ยังทำ มันเปนอะไรที่บ้านเราเรียกว่า "บาปหวาน" เราทุกคนต้องเคยลิ้มลองกันมาบ้างไม่มากก็น้อย และเราก็รู้ว่ามันอร่อยยังไง และมันตกนรกยังไง ใช่...ข้าพเจ้าเชื่อแหละว่าแม้แต่นักโทษประหาร หรือว่าเด็กอายุ 13 ที่ฆ่าข่มขืนเด็กอายุ 9 ขวบ มันก็รู้ว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ มันก็รู้หมดแหละว่าอะไรดีอะไรไม่ดี แต่บังเอิญว่า อะไรที่มันไม่ดี มันมีความยั่วยวนหอมหวานกว่าสิ่งดี ๆ แค่นั้นเอง

โรงเรียนสอนอะไรเรา ศาสนาสอนอะไรเรา ครอบครัวสอนอะไรเรา ทุกสถาบันสอนในสิ่งเดียวกันคืออะไรคือดีคือชั่ว แต่ไม่มีใครเคยบอกว่าเราจะอดทนต่อความเย้ายวนของมันได้อย่างไร และเมื่อมันสุดจะทนอะไรที่ทำให้เราป้องกันเหตุร้าย ๆ ที่จะตามมาได้ เราไม่สอนกันตรงนี้เพราะคำตอบง่าย ๆ เช่นกันนั่นคือ

"สิ่งเหล่านี้เปนสิ่งลามกอนาจาร เยาวชนควรหลีกให้ไกล"

เปนไปได้ยังไง เพราะสิ่งที่เค้าว่ามันลามก มันเกิดมาพร้อมกับเราทุกคน และมันก็อยู่ในใจเราทุกคน หรือคิดว่าไงกัน???

แมวโพง ผู้เกิดจากกระบอกไม้ไผ่

июня 13

เมื่อฝนโปรย

ไม่ค่อยชอบฤดูฝนเท่าไหร่ใน 3 ฤดูที่มีในบ้านเรา

      ฝนตกที่บ้านนอก นอนอยู่บ้านดูฝนพรำ บางทีก็นั่งดูเมฆสีเทาๆ ที่ลอยผ่านไปมา ลุ้นว่ามันจะตกที่บ้านเราหรือเปล่า บางทีอากาศร้อนอบอ้าวแบบที่เหงื่อออกจนเหนียวตัว แต่เมฆกลับลอยอุ้มเอาน้ำฝนไปตกที่อื่นซะงั้น ในความทรงจำเกี่ยวกับฟ้าฝนมีมากมาย แต่ที่จำได้คือเคยโดนฟ้าผ่าใกล้ ๆ ห่างประมาณไม่เกิน 10 เมตร จำได้ว่าในความจริงเราควรจะได้ยินเสียงที่ดังมากแต่ว่าเรากลับไม่ได้ยินอะไรเลย เป็นอาการที่เรียกว่าหูดับ แล้วทุกอย่างใกล้ ๆ ตัวเปนสีขาวไปหมด พอทุกอย่างเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ปวดหูมาก แต่ก็ไม่ได้เปนอะไรไปมากกว่านั้น ไม่ได้หมดสติแล้วมีเทพมาประทานพรให้ออกไปสแกนกรรมให้ชาวโลกแต่อย่างใด

 

      ผ่านไปอีกหนึ่งงานนั่นคือภาพยนตร์สั้นเรื่อง "พี่-น้อง" นำแสดงโดยน้องเจน ที่เคยเล่นเรื่องฝัน น้องโม ธาราทิพย์ ศรีดี นักกีฬายิมนาสติกทีมชาติ น้องโค้ช นักว่ายน้ำดาวรุ่ง และ น้องอาร์ม มือทรัมเปตวงออกัสที่รู้จักกันดี ตอนนี้ตัดต่อเสร็จแล้วให้กิฟทำสกอร์ปลายเดือนทุกอย่างน่าจะไฟนอลและฉายเดือน กค มั้งไม่แน่ใจแต่น่าจะตามคิวที่เขาจัดมาให้ เรื่องนี้เปนหนังสั้น สั้นจริง ๆ ประมาณ 38 นาที ดูกันจุใจ หลังจากนี้คงไม่มีใครชวนไปทำหนังสั้นอีกแน่แท้ เรื่องราวของ "พี่-น้อง" จะเปนยังไงก็โปรดติดตามกันต่อไป รายละเอียดคงมากับแผนพีอาร์ที่ทางช่องทีวีไทยเค้าจะปล่อยออกมาอะเนอะ

      งานอื่น ๆ ที่จะตามมาก็อยู่ในขั้นตอนการพูดคุยกันอยู่ ที่แน่ ๆ หนังเรื่อง 14 กำลังเขียนบทอยู่หลังจากที่แก้แล้วแก้อีก ปรับแล้วปรับเล่าตอนนี้ได้โครงเรื่องที่ลงตัวแล้วกะลังดำเนินงานอยู่กับพี่เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์ คาดว่าได้เปิดกล้องแน่ ๆ ปลายปีนี้ ส่วนจะได้ดูชมคงน่าจะเปนปี 2010 เพราะงานนี้แสวงหาCGเจ้าดี ๆ หน่อยคาดหวังว่าคงทำนอกประเทศเพราะผ่านมาแล้วCG เมืองไทย ไม่ไหวจะเคลียร์ คราวที่แล้วทำกันแสบแท้ ๆ นึกว่าแค่ซีม่าาา ที่จริงนั่นหนาาา อนิจจา ทิงเจอร์... อย่าหาว่าไม่รักฝีมือคนไทยด้วยกันเองเลยนะ คนไทยทำCG ฝีมือดี ๆ มีเยอะแต่สิ่งที่ขาดคือทีมเวิร์คที่ดี เผอิญว่าการทำงานแบบนี้มันต้องอาศัยการทำงานเปนทีมด้วยไง ไม่ใช่นั่งคอมใครคอมมัน เก่งใครเก่งมัน สุดท้ายแล้วก็ไม่ค่อยจะรอด เวลาทำCG สิ่งที่ถูกเรียกร้องคืองบประมาณและเวลา เราเคยมีงบประมาณให้แล้วสุดท้ายมันก็ออกมาไม่ได้ดังใจ ตอนนี้ตั้งเปนโจทย์ใหญ่แล้วว่าหนังเรื่องนี้ต้องมีทั้งเวลาและงบประมาณเพื่อ CG ถ้าไม่ถึงก็ไม่ทำ

      และอีกอย่างคือ ไทยทำไทยใช้ ไม่ไหวจริง ๆ เวลาสร้างงานที่งบน้อย คนคิดบทคนทำโปรดัคชั่นทีมงานอื่น ๆ ยอมกัดก้อนเกลือกินเพื่อให้ได้งานที่ดี คนสร้างหนังหลายคนสร้างงานดี ๆ จากงบน้อย ๆ เราก็ทำมันจนจบได้ แต่พอถึงเวลาทำ CG ปุ๊บต้องเรื่องเงินมาก่อนทันทีและดูเหมือนงบประมาณเยอะเท่าไหร่ก็ไม่พอที่จะทำให้มันเนียนได้ ไม่ได้หมายความว่าการทำงานอยู่กะคอมที่โต๊ะเฉย ๆ มันควรจะได้ตังค์น้อยกว่าคนที่ทำงานในโปรดัคชั่น แต่คำถามคือคนทำคอมพิวเตอร์กราฟฟิคบ้านเราประเมินฝีมือตัวเองสูงกว่าที่มันออกมาหรือเปล่า หนังอย่าง ปืนใหญ่จอมสลัด / บอดี้ศพ19 / หรือแม้แต่ 13 เกมสยอง ใช้งบCG ไปไม่น้อย ภาพที่ออกมา คนดูตัดสินกันได้ และล่าสุด สึนามิ วันโลกสังหาร เราเข้าใจดีว่าคุณทรนงแกเครียดเพราะอะไร

      เอาเถอะ...ไหน ๆ พูดมาถึงตรงนี้แล้วอยากจะบอกว่า กลุ่มคนที่ตกทุกข์ได้ยากที่สุดในวงการหนังไทย นั่นคือทีมงานเนี่ยล่ะฮะ วันหนึ่งนายทุนบอกว่างบสร้างหนังไม่เกินเท่านั้นเท่านี้บาท โปรดิวเซอร์ก็ต้องปวดหัวว่าจะลดราคาอะไรดี น้ำมันก็ขึ้น เนื้อหมูก็ขึ้น หันไปทางฝ่ายอุปกรณ์และช่างเทคนิค ค่าเช่ากล้อง ค่าเช่าไฟ ตั้งแต่ทำหนังมาไม่เคยเห็นจะลดราคา ยิ่งค่าตัวพวกช่างเทคนิค นี่ไม่เคยจะลดให้เรา รวมไปถึงแต่งหน้าทำผม พวกนี้ค่าตัวฟิกซ์ จะไปลดพวกฟิล์มแลป โพสต์โปรดัคชั่น ก็ไม่มีใครลดให้ สุดท้ายก็พวกเดียวกันเองเนี่ยแหละ ผกก คนเขียนบท ผู้ช่วย ผู้จัดการกอง ดาราบางคนที่คุยได้ ฉะนั้น หนังทุนต่ำทุกวันนี้หมายถึง หนังค่าตัวทีมงานต่ำ หรือว่าทีมงานแทบไม่ได้ค่าตัว ทำด้วยใจรัก หรือไม่มีที่ไปก็มี อ่อ อีกอย่างที่ไปลดเค้า คือพวกค่าทำฉาก ทำเซ็ท บางทีมันกะหลั่วนี่ไม่ได้แปลว่าไม่มีปัญญาคิดนะ แต่บางทีคิดแล้วแต่ไม่มีตังค์ไปซื้อของมาเซ็ทจริง ๆ ทำใจ...

       ไม่ได้ขอความเห็นใจจากคนดูหนังไทย ไม่ได้ทำตัวน่าสงสาร แค่รำพันชีวิตเศร้าที่คนทำหนังอย่างเราต้องเผชิญเท่านั้นเอง เพราะอย่างไรเราก็ทำหนังไทยต่อไป แม้จะมีทั้งก้อนหินและดอกไม้ปาออกมาจากริมทางเดินบ้างแต่เราก็จะทำมันต่อไป เพราะอะไรก็ไม่รู้...รักไม่มีเหตุผล

      อาจจะบ่นเรื่องหนังเยอะไปหน่อย เพราะตอนนี้กลับมาทำหนังแล้ว หลังจากที่หลงระเริงไปกับแสงสีของวงการและแอบไปทำอย่างอื่นอยู่พอสมควร (จริง ๆ แล้วแอบไปทำงานเก็บเงิน ตอนนี้รวยแล้วเลยกลับมาทำหนัง เพื่อที่จะจนต่อไป) แฟน ๆ วงน้องสิงห์คงต้องรอกันเปนพัก ๆ ช่วงนี้ Low Season งานไม่เข้าก็ดีแล้วปล่อยน้องสิงห์ไปเรียนหนังสือหนังหากันบ้าง หลังจากที่ประเดิมเปิดเทอมมหาลัยวันแรกด้วยกันพากันโดดยกวงไปเมืองจีน จนผู้ปกครองเขาฮึ่ม ๆ มาแล้วก็มี ช่วงนี้เลยให้ไปเล่าเรียนเพียรศึกษา แต่ก็แอบเตรียมงานหลาย ๆ งานอยู่ ขอให้อดทนและรอคอย และอย่าพึ่งลืมกัน

      ไปเมืองจีนเปนไง....เดี๋ยวค่อยอัพรูปลง facebook แต่โดยรวมก็โอเค แฟน ๆ ชาวจีนให้การต้อนรับอบอุ่นและไม่คิดว่าจะได้รับความนิยมมากมายขนาดนี้ ก็ขอขอบคุณแฟนคลับที่อุส่าห์พาเราไปจนได้มา ณ ที่นี้ด้วยเปนประสบการณ์ที่ไม่ลืมเลยจริง ๆ

      กิจกรรมอื่น ๆ นอกจากนี้ก็คงจะหาแมวตัวใหม่มาเปนเพื่อน เพราะทางด่วนนั้นแม่เอาไปชุบเลี้ยงที่เชียงใหม่แล้ว นางรักเหมือนลูกชายคนเล็ก ไม่ยอมปล่อยมา ส่วนเจ้าตัวก็หลงระเริงได้อยู่คฤหาสน์หรูชานเวียงพิงค์ก็เชิดหน้าชูคอ ลืมสิ้นว่าใครเคยชุบเลี้ยงมาก่อน ลืมคอนโดเก่า ๆ ที่เราเคยร่วมเคียง กระนั้นแล้ว ข้าพเจ้ากำลังหาเพื่อนใหม่มาเปนรูมเมท กะลังดูอยู่ว่าจะเปน อเมริกันชอร์ทแฮร์ สีซิลเวอร์ หรือ เบงกอลลายสปอต ดี หะแรกจะเลี้ยง เมนคูน แมวพันธุ์ใหญ่แต่มันขนยาวกลัววันไหนไม่เปิดแอร์ให้น้องน้องจะขนร่วง สรุปเลี้ยงแมวขนสั้นดีกว่า ใครรู้จักฟาร์มดี ๆ หรือมีขายถูก ๆ แนะนำกันได้นะฮะ

      นอกนั้นยังไม่มีอะไรน่าสนุกตื่นเต้นไปกว่่านี้ ผู้เสพติดกามยังไม่แวะเวียนมาให้เจอหน้า งานอื่น ๆ พอก่อน ทำหนัง ๆ ๆอยู่บ้านก็นอนเล่นดูฝนดูฟ้าต่อไป

คิดถึงทุก ๆ คน

แมวโพง อยากรวยจะได้อยู่เฉย ๆ ก็มีกิน

мая 15

บอกชั้นซิ...บอกชั้นซิ

บอกชั้นซิ...บอกชั้นซิ
 
บอกชั้นซิ บอกชั้นซิ.... ใครโดนเพลงนี้หลอนอยู่ในหัวเช่นเดียวกับข้าพเจ้า ยกมือขึ้น...
เพลงนี้นับว่าเป็นนวัตรกรรมการสะกดจิตในระดับที่ประสบความสำเร็จขั้นสูงของทรูมิวสิค
เพราะไม่ว่าจะทำอะไรก็จะมีแต่เสียงของน้องคนนั้นกระซิบกระซาบอยู่ข้างหูว่า "บอกชั้นซิ
บอกชั้นซิ บอกชั้นซิ บอกชั้นซิ..." ท่อนเวิร์ส ท่อนโซโล่อินโทรอะไรจำไม่ได้สิ้น จำได้แต่
ท่อนฮุควนไปมาอยู่ทั้งวัน ไม่รู้เป็นเพราะอะไร บางทีก็เคลิ้มจนเกือบจะบอกอะไรนางไป...
 
ข้าพเจ้ารู้สึกถึงฤดูฝนย่างเยือนก็เมื่อสองสามวันก่อนที่ไปอยู่เชียงใหม่ อากาศที่นั่นเย็นสบาย
ไม่ร้อนไม่หนาวแต่แอบชื้นนิด ๆ พอสบายตัว ชอบเวลาที่ลมพัดมาแล้วรู้สึกถึงละอองน้ำอยู่
ในอากาศมันสบายตัวแบบที่ไม่ได้รู้สึกแบบนี้บ่อย ๆ อากาศแบบนี้จริงๆแล้วชอบอยู่บ้าน เปิด
หน้าต่างไว้แล้วมองดูลมพัดยอดไม้ไหวเอน นั่งเหม่อลอยดูเมฆเทา ๆ ดำ ๆ ลอยไปมา แต่
เดี๋ยวนี้คงไมค่อยมีเวลาทำแบบนั้นแล้ว
 
แม้ว่าช่วงนี้จะได้อยู่บ้านก็จริงแต่ส่วนใหญ่ก็ออกจาเป็นการเขียนงาน คิดงาน สร้างสรรค์
อะไรอยู่กับกระดาษ หรือคอมพิวเตอร์ และงานแบบนี้มักจะอยู่คนเดียว สิ่งที่ตามมาเวลาหัว
หลุดพ้นจากการคิดงานคือเหงา... ยิ่งอากาศแบบนี้บางคนชอบมันครึ้ม ๆ แต่ข้าพเจ้ามักจะ
รู้สึกเศร้า...ไม่รู้เป็นอะไร คงมีเรื่องฝังใจในอดีตเกี่ยวกะฟ้า ๆ ฝน ๆ เยอะมั้ง มันเลยเศร้าไป
เองทั้งที่ไม่มีอะไร...
 
(เสียงจากทีวี ...บอกชั้นซิ...บอกชั้นซิ... กูอุส่าห์เปลี่ยนช่องแล้วก็ยังตามมาเว้าวอนอยู่ได้
นังลูกโป่ง)
 
ก้มมองดูพุงตัวเอง ความอ้วนกลับมาอีกครั้ง มีช่วงนี้ที่เฟิมขึ้นมาหน่อยเพราะเวิร์คเอาท์ แล้ว
เดือนที่ผ่านมาโคตรขี้เกียจเลยไม่ได้ทำ รอบเอวเลยกลับมาอีกครั้งหนึ่งและเหมือนว่ามันจะ
ใหญ่กว่าเดิม  ไม่ได้การแล้วพรุ่งนี้เราต้องเริ่มเวิร์คเอาท์อีกครั้งเพื่อหุ่นอันเย้ายวนใจ ขอ
กำลังใจจากทุกคนด้วย...
 
พูดถึงเรื่องงานก็ยังไม่ค่อยมีอะไรคืบหน้า หนังสั้นก็พึ่งถ่ายเสร็จไปกำลังจะตัดต่ออาทิตย์หน้า
งานเขียนบทก็ดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ เหมือนจะไม่รีบร้อนแต่จริง ๆ แล้วก็คิดถึงมันตลอดเวลา
โชคดีมีคนมาช่วยก็แบ่งเบาไปได้บ้าง งานเพลงก็เริ่มเรียกเหล่าบรรดาน้องสิงห์มาซ้อมแล้ว
และพูดคุยกันเกี่ยวกับเอ็มวีบ้าง อัลบั้มชุดต่อไปบ้าง ละก็วางแผนว่าเราจะทำอะไรก่อนหลังดี
อนึ่ง...งานเพลงของตัวเองก็คุยกับกู๋ไว้พอสมควร และก็ค่อย ๆ คิดค่อย ๆ ทำกันไป พิมพ์มา
ถึงบรรทัดนี้ก็สำนึกได้ว่างานกูเยอะนี่หว่า...
 
งานเยอะก็จริงแต่อาจจะไม่มีอะไรออกสู่สายตาประชาชนอย่างเป็นเรื่องเป็นราว เพราะช่วงนี้
เป็นการเตรียมตัว การวางแผนและการเริ่มสร้างงานมากกว่าที่จะออกไปโชว์ ดังนั้นที่หายไป
ไม่ได้หนีไปเที่ยวหรือแขวนมงกุฏแต่อย่างใด เรียกว่าอยุ่ในระหว่างก่อสร้าง มากกว่า และไอ้
ที่ก่อสร้างกันอยู่ มันเป็นสิ่งใหม่ที่มันจะก้าวขึ้นไปมากกว่าเดิม ดังนั้นมันต้องใช้เวลา สติ
ปัญญาและความอดทนในการทำค่อนข้างมาก หวังว่าคงรอกันไหวเน่อ...
 
พอมีเวลาอยู่บ้านก็มีเวลาติดตามข่าวในวงการ ยิ่งรู้ยิ่งเห็นยิ่งทำให้เกิดปัญญา ปัญญาที่ว่าหา
ได้เกิดจากการได้รู้เรื่องดาราคนนั้นคบกันแล้วเลิก เลิกแล้วคบ คบแล้วก็ไปคบชู้แย่งคนนั้น
คนนี้ หากแต่เปนปัญญาที่ทำให้รู้ว่าตอนนี้ความบันเทิงของคนไม่ได้อยู่ที่การเสพงาน แต่อยู่
ที่การได้รู้ได้เห็นเสือกแส่ชีวิตของคนอื่นที่ไม่ได้เป็นเรื่องของตัวเองแม้แต่น้อย น่าสงสาร
ดารา
 
เคยได้ยินนักข่าวบันเทิงท่านหนึ่งได้ยกหางตัวเองบอกว่า การที่เอาข่าวของดารามาแฉนั้นถือ
เปนเรื่องที่น่ายกย่องเพราะเปนการสร้างมาตราฐานที่ดีให้กับสังคมดารา จะได้ไม่มีประพฤติ
เปนเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีให้กับคนในสังคม แต่ข่าวที่พี่แกไปสรรหามาลงหนังสือก็เปนข่าวดารา
แย่งผัวแย่งเมียกัน หรือไม่ก็ดาราทะเลาะกัน ข้าพเจ้าดูยังไงก็เห็นว่าเปนการหากินกับเรื่อง
ของชาวบ้านอยู่ดี ยิ่งเวลาคุณเอารูปดาราหวอโผล่ หัวนมหลุด หรือภาพที่จงใจช้อนถ่ายหี
ดารามาลงปก มันเปนการสร้างมาตราฐานอะไร
 
(เสียงจากทีวี ... บอกชั้นซิ ... บอกชั้นซิ...บอกชั้นซิ...บอกชั้นซิ.. ถูกแล้วลูกโป่ง)
 
แล้วพอสื่อทำให้เห็น ค่านิยมที่ว่าใครรู้ก่อน แฉก่อน ใครรู้จริงถือว่าแน่ ก็เกิดขึ้นโดยที่ไม่ยั้ง
คิดเลยว่าสิ่งที่จะแฉจะเปิดโปงนั้น มันจริงหรือเปล่า ถึงเป็นความจริง การที่ทำให้คนอ่านได้
เม้าสนุกปากกับการทำให้ชีวิตคนหนึ่งต้องจมคำนินทา ไปอย่างตรอมตรมหรือถูกพิพากษา
จากสังคม ไม่รู้เค้าจะคิดว่ามันเปนบาปกรรมหรือไม่ หรือคิดได้แค่ว่าก็เปนดารา ก็ต้องถูกหา
กินกับเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว
 
ล่าสุดคอลัมภ์นิสต์ชื่อดังในโลกไซเบอร์ ที่มีชื่อเสียงในการแฉเรื่องต่าง ๆ มาแฉเรื่องคนใกล้
ตัวข้าพเจ้า เมื่อได้อ่านแล้วก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะทั้งหมดที่เขียนเกี่ยวกับหนุ่มน้อยออกัส หา
ได้มีเรื่องจริงไม่ แต่เรื่องที่เกี่ยวกับพี่นักร้องวงร็อควงนั้นอ่านแล้วสงสารและสมเพช สงสาร
พี่นักร้องที่เค้าเปนคนดี มีฝีมือ จิตใจดี ทำงานการกุศลช่วยเหลือสังคมเสมอมา แน่นอนว่า
อาจจะมีด้านมืดด้านใดด้านนึงที่เรามองไม่เห็น แต่มันจำเปนหรือไม่ที่เราจะต้องรู้หรือถ้ารู้
แล้ว...คุณจะตัดสินเขาอย่างไรหรือ ในเมือสิ่งที่คุณคิดว่าเขาทำนั้น...คุณก็ทำอยู่เช่นกัน
ตามเนื้อเรื่องที่คุณเขียนขึ้นมาในคอลัมภ์ อะไรคือประเด็นที่คุณอยากจะบอกกับสังคมในการ
แฉครั้งนี้...และเขาไปทำอะไรให้คุณ คุณถึงใจร้ายกับเขาแบบนั้น
 
และที่สมเพช คือเวลาอ่านไป ก็นึกถึงคน ๆ หนึ่งที่พยายามเม้าอะไรด้วยคำหยาบคายเพื่อให้
เปนศูนย์กลางของเพื่อนๆ ที่ฟังและพยายามทำให้คนอื่นกลัวที่จะถูกคุณเม้าหรือแฉ แต่ใน
ตอนนี้คงไม่ค่อยมีใครกลัวคุณแล้วเพราะเรื่องที่คุณยกขึ้นมา บางเรื่องมันเปนเรื่องที่คุณได้
ยินมาแล้วมาแต่งเติมเอง และเรื่องเหล่านั้น มันก็ไม่ใช่เรื่องจริงเสมอไป น่าสมเพชกว่าที่คุณ
ก็ยังมั่นใจว่ามันเปนข้อมูลที่ถูกต้อง และที่น่าสมเพชที่สุด...คือคุณยังคิดว่าคนอื่นไม่รู้ว่าคุณ
คือใคร...
 
พูดถึงก็น่าเศร้า ขอไว้อาลัยแด่ชื่อเสียงขอพี่นักร้องคนนั้นที่ถูกทำให้แปดเปื้อน ตอนนี้รู้มาว่า
พี่เขาเสียใจและกังวลมาก ข้าพเจ้าใจฐานะแฟนเพลงและคนที่เคารพรักในผลงานขอเปน
กำลังใจให้พี่ผ่านความรู้สึกแย่ ๆ นี้ไปไว ๆ เชื่อว่าพี่นักร้องคงไม่ใช่คนแรกและคนสุดท้ายที่
เปนเหยื่อของศาลเตี้ยในสังคมห่วย ๆ นี้แน่ อ่อ...แล้วฝากถามทุกคนหน่อยว่า ถ้ามีใครเอา
ความลับของเราไปเขียนให้คนอื่นอ่าน หรือเล่าให้คนอื่นฟังมากมาย เราจะรู้สึกยังไง แล้วถ้า
เรื่องพวกนั้นไม่ใช่เรื่องจริงของเราหากถูกแต่งเติมใส่สีเพื่อความสะใจของคนอื่นจนเรากลาย
เปนอะไรก็ไม่รู้...เราจะรู้สึกยังไง
 
ทุกครั้งที่หยิบหนังสือกอสสิป ฟังรายการแฉ อ่านเว็บบอร์ด แล้วลองนึกถึงว่ามันเปนภา
พของตัวเอง เรื่องของตัวเอง ความลับของตัวเราเอง...เราจะอ่านสนุก หรือเม้าได้อย่าง
มันส์ปากอย่างที่เราเม้าเขารึเปล่า
 
(เสียงจากทีวี...บอกชั้นซิ บอกชั้นซิ...บอกชั้นซิ บอกชั้นซิ...ไหนมีใครบอกเธอบ้างฤยัง
ลูกโป่ง)
 
ขอให้ความสร้างสรรค์เกิดกับสังคม ขอให้คนไทยค้นคว้าตำราให้ได้เหมือนค้นคว้าชีวิตดารา
ขอให้เราสร้างนวัตรกรรมได้เหมือนสร้างเรื่องเม้าชาวบ้าน ขอให้กล้าแฉความเลวระยำของ
กลุ่มการเมืองได้อย่างที่กล้าแฉเรื่องดารา แล้วบ้านเมืองเราจะพัฒนาไปได้อีกไกล
 
ข้าพเจ้าเชื่อเช่นนั้นจริง ๆ
 
แมวโพง  ครางเสียงดัง
 
ปล.1 ชื่อย่อ MD เปนชื่อย่อของผู้เสพติดกามท่านหนึ่ง ซึ่งไปพ้องกับชื่อย่อของวงดนตรีชื่อ
ดัง การเม้าด้วยชื่อย่ออาจทำให้พลาดอะไรไปบางอย่าง และเรื่องข่าวโคมลอยในบางเว็บ
เทียบไมได้กับเรื่องของผู้เสพติดกามท่านนี้แม้กระผีกริ้น เพียงแต่ผู้เสพติดกามพยายามจะ
แฉตัวเองแต่ไม่มีใครสนใจจึงได้หยุดแฉตัวท่านเองมานับแต่นั้น
 
ปล.2 หากคิดถึงผู้เสพติดกาม ขอเสียงหน่อยยย...
 
апреля 05

มีนาคม...

เธอ...

     เมื่อคืนพายุพัดกระหน่ำไม่รู้มันหลงฤดูมาจากไหนแต่มันแรงมาก มันพัดเอากล่องเครื่องไอแมค24นิ้วที่ฉันวางเอาไว้รอชั่งกิโลขายตรงระเบียงลอยไปมาอย่างน่ากลัว แถมกล่องโฟมที่เอาไว้ใส่น้ำแข็งเวลากินเหล้าที่บ้านก็ลอยไปมาพร้อม ๆ กันราวกับมีผีสิง พอฉันตื่นมาก็พบว่ากล่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าวและกล่องโฟมอันใหญ่ได้หายไป มันคงบินหนีไปแล้ว แต่ยังไม่ทันทอดอาลัย ตอนบ่ายมันก็มีพายุมาอีกระลอกหนึ่งคราวนี้ทำความสะอาดระเบียงบ้านฉันสะอาดเรี่ยมเร้ ไม่เหลืออะไรเลย ได้แต่หวังว่ากล่องโฟมและกล่องคอมจะไม่หล่นไปโดนศีรษะใครเขาให้บาดเจ็บล้มตาย

     เดือนมีนาคมต่อเดือนเมษายนจะมีฝนฉะนี้ที่เรียกกันว่า “ฝนชะช่อมะม่วง” หรือ “ฝนหัวสงกรานต์” ฉันก็ไม่แน่ใจหากแต่ภาวะโลกร้อนหรือะไรไม่ทราบทำให้ฝนตกน่ากลัวขนาดนี้ เคราะห์ดีที่มันไม่ตกตอนฉันไปเดินทาง เธอคงสงสัยล่ะสิว่าฉันเดินทางไปไหนมา จะบอกให้ว่าเดือนมีนาคมที่ผ่านมาฉันเดินทางไปเยอะมาก

1.     ฉันไป ญี่ปุ่น พาหนังเรื่องรักแห่งสยามไปฉายนั่นแหละคราวนี้ไปเทศกาลภาพยนตร์โอซาก้า เทศกาลเขาสนุกมากทีเดียว อย่างที่เคยได้ยินมาว่าคนโอซาก้านิสัยหนุกหนานฮาแตก เห็นจะจริงเพราะมาเทศกาลนี้ถึงจะมาคนเดียวแต่ก็ได้หัวเราะเยอะดี ไม่รู้ทำไม แล้วก็ไม่เหงาด้วยเจ้าภาพจัดคนมาดูแลเราตลอดจะไปเที่ยวที่ไหนก็มีอาสาสมัครพาเราไป ก็ดีไม่เหงา คุยกันสนุกสนาน กลับมาจากญี่ปุ่นคราวนี้ได้เพื่อนมาเยอะแยะเลย ไปคราวหน้าก็คงจะได้เพื่อนมาอีก อาาา...จริงสิ ไปคราวหน้าก็ประมาณเดือน กลาง ๆ เดือน กค คราวนี้ไปโปรโมทหนังเรื่องเดิมเพราะมีคนซื้อไปแล้ว เขาเอาไปออกดีวีดีเลย อย่างไรก็ดีเขาก็ต้องการการโปรโมท จึงได้เชิญเราไป และมีแววว่าจะซื้ออัลบั้มวงน้องสิงห์ไปขายด้วยในไม่ช้า

2.      ฉันไป เกาะหมาก น้องแครอทชวนฉันก่อนหน้านี้มานานแล้วว่าจบมอหกอยากไปพาเพื่อนไปเที่ยว ดังนั้นฉันกับพี่วัวก็เลยจัดทริปนี้ไปให้ มีน้อง ๆ เพื่อนน้องแครอทประมาณ 15 คนรวมฉันและเพื่อนอีก 4 คนและน้องโจ้ที่หาได้เกี่ยวข้องอะไรกับห้องนั้นแต่ขอติดตามไปด้วยอีก 1 จึงรวมเป็นยี่สิบคน จำนวนขนาดนี้ดูราวกับจะเป็นทัวร์เล็ก ๆ แต่เป็นอะไรที่ประทับใจมาก พี่ติ๊กได้เขียนบรรยายความสนุกสนานเอาไว้ใน facebook ของนาง ซึ่งฉันกำลังหัดเล่นและใช้ไม่ค่อยเป็นหรอกนะไอ้เฟสบุก อะไรเนี่ย กำลังหัดใช้อยู่ ว่าง ๆ ก็ลองเสิชไปหาดูได้นะ ใช้ชื่อจริงของฉันเสิชนั่นแหละเดี๋ยวก็เจอ

     ทริปเกาะหมากนี้ทำให้ฉันนึกถึงสมัยยังเด็ก ๆช่วงจบมอหกรอผลเอนท์เนี่ยเป็นช่วงเวลาที่วิเศษจริง ๆ นะยิ่งเรารู้ผลก่อนแล้วนี่โครตจะสบายเลย ฉันคิดว่าเป็นช่วงเวลาที่เรามีความสุขที่สุดแล้วล่ะเพราะเป็นเวลาที่เราจะภาคภูมิใจกับความสำเร็จของเราได้เต็มที่ รฦกดูว่าตอนนั้นเราจะภูมิใจมากที่เราเอนท์ติด นิเทศ วิดวะ ถาปัตย์ รัฐศาสตร์ ฯลฯ แต่พอเราจบการศึกษาคณะเหล่านี้ไปแล้ว ความภูมิใจมันถูกแทนที่ไปด้วยความกลัวไปหมดเลย กลัวจะตกงาน กังวลว่าจะเอาไงกับอนาคตดี ดังนั้นเมื่อฉันได้อยู่ท่ามกลางความสนุกสนานของวัยรอเอนท์นี้แล้วไซร้ ฉันจึงฉกฉวยที่จะอินไปกับมันและกลมกลืนไปกับน้อง ๆ ทั้ง 15 คนได้อย่างกลมเกลียว

      คืนก่อนเดินทางกลับจำได้ว่ารีสอร์ทปิดไฟมืดหมดมีแต่พวกเรากับแสงเทียนอยู่ที่ริมหาด แสงไฟจากที่อื่น ๆ เอื้อมมาถึงเราเพียงน้อยนิดที่มีอยู่ก็แค่ดวงดาวที่พราวระยับอยู่บนฟ้า และแสงจากเรือหาปลาที่อยู่ริม ๆ ขอบฟ้าส่องสะท้อนกับเมฆที่อยู่ไกล ๆ ช่วงเวลานั้นสวยงามมาก มีความสุขเกินจะบรรยาย และฉันเชื่อเหลือเกินว่าทุก ๆ คนที่ไปคงจะไม่ลืมโมเม้นท์นั้นเลย จำได้ว่าเราคุยกันเรื่อง “ชีวิตคืออะไร” ฉันชอบคำตอบของเด็ก ๆ แม้จะไม่คมคายหรือพยายามจะคมได้เท่าที่วัยสิบเจ็ดสิบแปดปีของพวกเขาจะอำนวย แต่มันก็สดดี บางคนคงอาจจะพึ่งนั่งนึกถึงความหมายของสิ่งนี้เป็นครั้งแรกก็เป็นได้ นั่นก็เป็นสัญญาณที่ดีแล้ว เพราะความหมายของชีวิตที่เราพูดถึงในวันนี้ กับความหมายของชีวิตที่เราจะเจอในวันข้างหน้ามันจะไม่มีพลังและสดใสเท่านี้หรอก ช่วงเวลาใต้แสงดาว เกลียวคลื่น หาดทราย แสงเทียน ช่างมีความสุขและมันก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับความจริงที่ว่าแสงดาวที่เรามองเห็นในคืนนั้นอาจจะเป็นแสงของดาวที่แตกดับไปเมื่อ 15 ล้านปีก่อนแล้วพึ่งเดินทางมาถึงเราก็เป็นได้ เรือหาปลาที่ส่องแสงกระทบเมฆให้ของฟ้าสว่างไสวในยามคำ่คืน เขาก็ไม่ได้เดินเรือกันเล่น ๆเขาทำมาหากินเลี้ยงชีพกันทั้งนั้น กระนั้นแล้ว เหล่าสาธุชนทั้ง 20 เมื่อดื่มด่ำความสุขและสารัตถะแห่งชีวิตที่แสนหวานแล้วจงมาดำเนินชีวิตบนความเป็นจริงกันต่อไป เจอกันใหม่ อีก 5 ปีข้างหน้าก็แล้วกัน ฝากบอกเพื่อน ๆ ทุกคนด้วย

      ก่อนหน้านั้นนอกจากการเดินทาง ก็มีสิ่งที่ประทับใจเช่นกัน นั่นคือ การแสดงคอนเสิร์ต let’s swing Aha Aha เมื่อวันที่ 7 มีค อยากจะบอกทุกคนว่าประทับใจมากมาย ขอบคุณมาก ๆ ที่เสียสละเวลาเดินทางไปดูคอนเสิร์ตในครั้งนี้ แม้คอนเสิร์ตใหญ่ของเราอาจจะดูเล็กเมื่อเทียบกับศิลปินจากค่ายใหญ่ แต่ความตั้งใจของเราไม่ได้แพ้กันเลย และแน่นอนว่าความสนุกสนานที่พวกท่านให้เรามาก็ไม่แพ้คอนเสิร์ตที่ไหนเลย แต่ยังไงก็ต้องขออภัยด้วยที่ไม่ได้บันทึกภาพไว้จำหน่ายจ่ายแจก ด้วยเหตุผลหลายประการ ไว้โอกาสหน้าเมื่อน้องสิงห์เติบโตฝีมือบารมีแก่กล้ากว่านี้ เราจะทำแน่ ๆ ตอนนี้ก็ต้องคอยเฝ้าดูพวกเราเติบโตไปก่อนแล้วกัน ขอบคุณอีกครั้งหนึ่ง

     นอกจากเรื่องน่าประทับใจก็ยังมีเรื่องน่าสลดใจ นั่นคือการจากไปของรุ่นน้อง เป้ กอหญ้า นิเทศจุฬารุ่น 36 น้องเป้เป็นคนดีมาก เราเคยสนิทกันเมื่อตอนปีสอง(น้องอยู่ปี1) แล้วหลังจากนั้นก็ดำเนินชีวิตเวียนกันไปมาตามประสาชาวนิเทศ จากนั้นก็แยกย้ายกันไปทำงานตามอาชีพตัว ฉันไม่ได้ติดตามอะไรแต่พอมารู้อีกทีเป้ก็นอนซมอยู่ในห้องไอซียู ในสภาพที่ไม่รับรู่้อะไรได้อีกแล้ว ก่อนเดินทางไปญี่ปุ่นหนึ่งคืน เป้ก็สิ้นลม เพื่อน พี่ และน้อง ไปร่วมงานศพกันอย่างครื้นเครงตามที่เป้บอกว่าไม่ให้เศร้า ส่วนฉันส่งใจไปร่วมอยู่เงียบ ๆ คนเดียวจากแดนไกล... ถึงแม้เป้จะไปแล้วแต่ทุกคนยังรฦกถึงความดีงาม ความสุขสนุกสนานที่เป้มอบให้เสมอ...

     อีกท่านนั้นคือฮีโร่ในดวงใจ รงค์ วงษ์สวรรค์ พญาอินทรีย์แห่งวงการวรรณกรรมได้สิ้นลมไปอย่างสงบแล้ว ทิ้งผลงานไว้ให้เรายกย่องเชิดชูว่าภาษาไทยเรานั้นแสนวิเศษเลิศลอย ท่านรงค์มิได้เปนแค่ผู้วางไวยากรณ์ในภาษาของตนได้เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ท่านยังเข้าใจที่จะบอกเล่า ตีแผ่ ลากไส้ ปอกเปลือกความเปนมนุษย์ทุกเพศทุกวัยทุกชนชั้นได้อย่างถึงแก่น ยากที่จะมีใครเดินตามรอยได้ทัน ฉะนั้นเมื่อท่านลาลับไปแล้วจึงไปแต่กาย หากแต่จิตวิญญาณยังคงอยู่และโลดแล่นอยู่ในบรรณภิพพอยู่มิรู้สิ้นสมัย...

     เดือนมีนาก็ผ่านไปอย่างไม่ใยดี ข้าพเจ้าก็แก่ลงไปอีกปี เหลือเวลาที่จะได้ใช้ชีวิตเลข 2 อีกสองปีเท่านั้น ตอนนี้ก็ได้แต่คิดว่าจะใช้มันอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด แต่ดูจากเหตุการณ์ที่ผ่านไปในเดือนมีนาคม ทั้งความสุขความทุกข์ ภาระกิจการเดินทาง ทุกสิ่งที่ได้เรียนรู้ ฉันว่ามันก็คุ้มอยู่นะที่ผ่านไป

แล้วเธอล่ะ...กำลังใช้ชีวิตแบบไหนกันอยู่...

แมวโพง น่ารัก อาโนเนะ

ปล. สำหรับท่านที่ขอเพลง “แสงสว่าง” อดใจอีกนิดนึงนะ

февраля 19

เหตุผลที่เราควรไปดูคอนเสิร์ต

เหตุผลหลายประการที่ควรไปดูคอนเสิร์ต วงน้องสิงห์

               สิวขึ้นราวกับเด็กพึ่งแตกพาน หากจะบอกเหตุผลว่าเครียดก็เกรงว่าหลายท่านจะเปนห่วง ซึ่งต้องขอขอบคุณมา ณ ขณะรักนี้ เพราะเอาเข้าจริงก็ไม่ได้เครียดอะไรแค่อาจจะทำงานหนัก แต่จริง ๆแล้วข้าพเจ้าก็ทำงานหนักมาต่อเนื่องอยู่แล้วนินา สิวขึ้นอาจะเป็นเพราะช่วงนี้ซ้อมดนตรีร่างกายก็เหมือนได้กลับไปเปนเด็กอีกครั้ง กิ๊กกิ๊ว ^^

    มาจับงานคอนเสิร์ตวงน้องสิงห์จะว่าเป็นงานเก่าก็ไม่เชิง เพราะนี่เป็นการทำงานในฐานะมิวสิคไดเรคเตอร์ที่ควบคุมเรื่องดนตรีทั้งหมดที่เกิดขึ้นบนเวที โจทย์(ที่ตั้งขึ้นเอง) มีอยู่ว่า เล่นจริง ร้องจริง ไม่ลิปซิงค์ไม่เปิดแซมป์ ฉะนั้นคนซวยคือน้องสิงห์ที่ต้องซ้อม ๆ ๆ ๆ กันเจียนบ้า ส่วนข้าพเจ้ากลายเปนบ้าไปแล้ว งานการอื่นตอนนี้ต้องพักไว้ก่อนเพราะเหลือเวลาอีกไม่ถึงครึ่งเดือนที่จะเล่น ตื่นมาก็มานั่งเรียบเรียงเพลงไปถึงเย็น ๆ ก็ไปคุมซ้อมดนตรี ตกกลางคืนกลับมานั่งพิจารณาดูข้อดีข้อเสีย เพลงที่ซ้อมไปเปนยังไงกลับมาเรียบเรียงแก้หรือไม่ ถ้าแก้ก็คิดเอาไว้จดไว้ หากมีแรงก็ทำเสียคืนนั้น หากไม่ก็ตื่นมาแล้วค่อยทำแก้ไปเปนวัฏจักร อย่างนี้จนใกล้จะเล่นคอนเสิร์ต

    ยอมรับว่าค่อนข้างตื่นเต้นเพราะทำคอนเสิร์ตมาประมาณนึง และนี่ก็เปนคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรก ที่เคยดู ๆเค้าทำมาก่อน พึ่งรู้ว่ามันยากหยั่งงี้นี่เอง ทำหนังทำเพลงทุกอย่างเปนของแห้งทำเจ๊งก็อัดใหม่ ถ่ายใหม่ แต่ของสดแบบนี้เจ๊งแล้วเจ๊งเลย หรือถ้าคนไม่สนุกไปกับงานก็อาจจะมีรีแอคตอบโต้ได้ทันที ฉะนั้นช่วงนี้ทำการบ้านเยอะหน่อย คอนเสปต์ที่วางไว้คร่าว  ๆ ก็คงจะเหมือนเปนโชว์หนึ่งโชว์ที่มีดนตรีร้อยเรียงกันไปตั้งแต่ต้นจนจบ คนดูได้ร้องได้เต้น ได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมตลอดเวลา พร้อมความบันเทิงจากแขกรับเชิญที่จะเผยให้ทราบในช่วงใกล้ ๆ

    การได้ทำงานใหม่ ๆ ถือเปนความตื่นเต้น เพราะข้าพเจ้าชอบการเรียนรู้และการได้ทำคอนเสิร์ตในครั้งนี้ก็ถือว่าเปนความสนุกและได้เรียนรู้อะไรต่าง ๆ มากมายที่ทั้งชวนเบิกบานใจและชวนลุ้นระทึก แต่สิ่งที่ชอบที่สุดในการนี้คือความรู้สึกเปนน้องใหม่ของวงการอะไรซักอย่าง อย่างเช่นตอนนี้เปนน้องใหม่ของวงการจัดคอนเสิร์ต ความมีอีโก้ของคนทำหนังก็หมดไป ทุกอย่างเมื่อเริ่มจากศูนย์มันอาจจะดูงง ๆ โง่ ๆ ในตอนแรกหากแต่เมื่อได้พบคนใจดีให้คำสอนให้คำปรึกษาข้าพเจ้าจะรู้สึกดีทุกครั้งเพราะทำให้เรารู้ว่ามีคนเอ็นดูเราอยู่หากเรานอบน้อมและถ่อมตน ยังไงก็ต้องขอขอบคุณ ทุกท่านที่ให้การสนับสนุน "วงน้องสิงห์และสมาคม" (อีกหน่อยต้องใช้คำนี้) จนทำให้มีคอนเสิร์ตใหญ่ในครั้งนี้จนได้ และขอบคุณ สหมงคล บาแรมยู และทุกท่านที่เกี่ยวข้องที่ช่วยเหลือในการจัดงานครั้งนี้ ต้องขอบคุณไว้ก่อนเพราะตอนนี้รู้สึกอยากขอบคุณจริง ๆ โดยเฉพาะท่านที่ซื้อบัตรแล้ว

    ส่วนท่านที่ยังมิได้วางแผนจะมาดู หรือยังมิได้มีบัตรอยู่ในครอบครอง เหล่านี้คือเหตุผลของการมาดูคอนเสิร์ตวงน้องสิงห์ เลทสฺ สวิง อาฮ่า อาฮ่า...

    1.    ดูงานชิ้นใหม่ของแมวโพง ที่เปน Live Show ครั้งแรกของชีวิต ไม่ได้โชว์เองหรอก มีขึ้นเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามกระแส แต่ข้าพเจ้าเทียบงานนี้เท่ากับการทำหนังเรื่องหนึ่ง เปนโชว์ที่ต่างรูปแบบกันออกไป ไปดูติชม วิพากษ์วิจารณ์เม้ากันได้สนุกปาก งานนี้เต็มที่อย่างจริงใจใสซื่อ

    2. เมื่อสักครู่นี้ได้กล่าวไปว่า "วงน้องสิงห์และสมาคม" นั้นหมายความว่า ในงานมหรสพครั้งนี้ จักมีการเปิดตัวสมาชิกใหม่ ที่นำมาเสริมวงที่มีอยู่แล้วให้เยอะเข้าไปอีก พร้อมมีคณะแดนซเซอร์ตระการตา คาดหวังว่าหมดจากงานนี้ไปแล้วจะฟอร์มวงใหญ่เทียบเท่าคณะเสียงอีสาน นกน้อย อุไรพร (อันนั้นก็เว่อร์ไป) สมาชิกใหม่นำเสนอเราเรียกพวกเขาว่า  "ยูไล" หรือ "July" หน้าตาจะเปนไงเล่นอะไร ไว้รอลุ้นในงาน หรือไม่เด๋วก็จะมีแพลม ๆ ออกมาบ้างพอให้ชุ่มชื่นในฤทัย

    3. งานนี้เล่นเพลงใหม่ แต่งใหม่ ไม่เคยให้มนุษย์หน้าไหนฟังมาก่อน เคยมีแต่แมวที่บ้านได้ฟัง ตอนนี้น้องสิงห์ยังไม่ได้ฟังทั้งเพลง (เพราะยังแต่งไม่เสร็จ) ได้ฟังครั้งแรกในโลก ณ คอนเสิร์ตนี้ สาเหตุที่แต่งเพราะจู่ ๆ ก็แต่งเพลงนี้ได้ แล้วไม่รู้จะเอาไปให้ใครฟัง ครั้งจะเอาลงอัลบั้มชุดใหม่ ก็คงอีกนาน เลยขอนำเสนอแด่ทุกท่านมา ณ โอกาสนี้ เพลงนี้ชื่อว่าเพลง "แสงสว่าง"

    4. งานนี้แขกรับเชิญเขาเด็ดจริง ๆเก็บไปเปนเซอร์ไพรซ์ เพราะเขาและเธอผู้นี้คงไม่มีใครคาดว่าจะขึ้นมาอยู่บนเวทีเดียวกะน้องสิงห์ แต่มันกำลังจะเกิดขึ้น...

    5. ร้อยวันพันปีไม่เคยมาเขียนสเปศขายของ แต่วันนี้ทำและทำอย่างไม่เขินอายเพราะรู้สึกดีกับงานที่ทำ ฉะนั้นควรไป เพราะเหตุอันหนึ่งว่าหลังจากคอนเสิร์ตอันนี้แล้ว ไม่แน่ใจว่าจะได้ทำคอนเสิร์ตใด ๆ อีกไหม ดังนั้นขอฝากด้วยใจจริง

    6. หลังคอนเสิร์ตจะไม่ได้เจอกันนาน เพราะทุกคนต้องไปเคลียร์งานที่ละเว้นไปเพื่อมาซ้อมคอนเสิร์ต ข้าพเจ้าก็ไปทำหนังอะไรก็ว่าไป คนอื่น ๆ ก็มีภาระเรื่องเรียนที่ต้องสะสาง ดังนั้นคงหยุดรับงานไปแป๊บ ๆ เพื่อกลับไปใช้เวลามนุษย์งาน เรียนกันต่อไป และช่วงเวลาหยุดนี้ก็คิด คิดกันอยู่ว่าจะเดินต่อไปข้างหน้ายังไง แล้วเราต้องทำอะไรบ้างเพื่อที่จะเดินต่อไปให้ไกลขึ้นและมั่นคง หยุดพักไปนานเพื่อที่จะกลับมากับสิ่งใหม่ ๆ อย่างแน่นอน จะได้ไม่เบื่อกัน

    ขอจบการขายของเพียงเท่านี้ รักทุกคน

ไว้เจอกันที่ JJ Mall   ^^

แมวโพง ผู้บริหารวงน้องสิงห์และสมาคม



 

Проигрыватель Windows Media

Фотография 1 из 8